วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิโรจน์ ลิ้มไขแสง อธิการบดี มทร.อีสาน พร้อมกับคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย เข้าร่วมพิธีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการพัฒนาและสร้างกำลังคน (Workforce) ด้านธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อสนับสนุนชุมชน ระหว่าง มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย  สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภา มทร.อีสาน ในฐานะรองประธานกรรมการที่ปรึกษามูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นประธานในพิธี ซึ่งมี นายฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล กรรมการและผู้จัดการ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิโรจน์ ลิ้มไขแสง อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ ซึ่งจัดขึ้นภายในงานแถลงข่าว “งานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2563” ณ ห้องศรีจุลทรัพย์ 1 ชั้น 10 อาคารศรีจุลทรัพย์ ถ.พระรามที่ 1 เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

สำหรับการทำความร่วมมือนี้ทุกฝ่ายมีความประสงค์ที่จะร่วมมือกันดำเนินงานด้านพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านดิจิทัลและธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้อง การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินงาน ตลอดจนการถ่ายทอดองค์ความรู้และนำเทคโนโลยีสู่การใช้ประโยชน์ให้กับชุมชนหรือกลุ่มเป้าหมายในระดับภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น ที่สอดคล้องกับการพัฒนา Digital Economy ของประเทศ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิโรจน์ ลิ้มไขแสง อธิการบดี มทร.อีสาน กล่าวว่า สำหรับ มทร.อีสาน เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีเครือข่ายวิทยาเขตครอบคลุมทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเรามีการดำเนินงานร่วมกับมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทยเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในภาคอีสานมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ซึ่งการได้มาทำความร่วมมือกับทุกฝ่ายในครั้งนี้ มทร.อีสาน มีความพร้อมอย่างยิ่งที่จะช่วยเหลือประเทศในการพัฒนาประชาชนพื้นที่ภาคอีสานด้านธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนชุมชนให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเรามีบุคลากรที่มีองค์ความรู้เฉพาะทาง มีนักศึกษาและบัณฑิตที่มีคุณภาพผ่านการฝึกฝนทักษะเรียนรู้แบบบูรณาการองค์รวมร่วมกับชุมชนในทุกหลักสูตร รวมถึงเรามีทรัพยากรทางเทคโนโลยีสารสนเทศและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัย พร้อมที่จะขับเคลื่อนโครงการให้สำเร็จลุล่วงได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าประชาชนในทุกพื้นที่จะมีความรู้และสามารถใช้งานเทคโนโลยีเพื่อการทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นได้อย่างแน่นอนครับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิโรจน์ กล่าวทิ้งท้าย

จิตสุภา ประหา /ข่าว
หมายเหตุ : สื่อมวลชนสามารถนำข่าวไปเผยแพร่โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.rmu ti.ac.th