ผศ.ดร.วิโรจน์ ลิ้มไขแสง อธิการบดี มทร.อีสาน เปิดเผยว่า จากการที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้จัดโครงการยุวชนสร้างชาติ ซึ่ง ประกอบด้วย 3 โครงการย่อย คือ 1. โครงการบัณฑิตอาสา 2. โครงการยุวชนอาสา  3. โครงการกองทุนยุววิสาหกิจเริ่มต้น โดยมุ่งเน้นที่จะปฏิรูปสถาบันอุดมศึกษาให้เอื้อต่อการจัดระบบนิเวศการเรียนรู้สำหรับผู้เรียนในยุคสมัยใหม่ กล่าวคือ มีชุมชนเป็นฐาน ลดเวลาเรียนในชั้นเรียน และเน้นการฝึกปฏิบัติ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการยกระดับคุณภาพชุมชนให้ดีขึ้นอย่างเท่าเทียมกัน

สำหรับโครงการยุวชนอาสา มีวัตถุประสงค์หลัก คือ ต้องการให้นักศึกษาจากหลาย ๆ สาขาวิชามาร่วมกันลงพื้นที่ชุมชนท้องถิ่น เพื่อแสวงหาองค์ความรู้ที่มีอยู่ในชุมชน นำมาจัดทำระบบฐานข้อมูล โดยนักศึกษานั้นต้องเข้าไปเรียนรู้กับชุมชนและสำรวจว่าในแต่ละชุมชนมีของดีใดบ้างที่ควรสนับสนุนต่อยอด หรือมีปัญหาใดที่จะต้องร่วมกันปรับปรุงแก้ไข เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชุมชน ลดความเหลื่อมล้ำ และมุ่งให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งโครงการยุวชาอาสา มทร.อีสาน ได้รับเลือกให้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 9 โครงการ โดยที่ศูนย์กลางนครราชสีมา เข้าร่วม 1 โครงการ ในพื้นที่นำร่อง ต.โนนบุรี อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ 

การดำเนินโครงการเฟสแรกของ มทร.อีสาน เราลงพื้นที่นำร่อง ต.โนนบุรี อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งขณะนี้ได้รับผลตอบรับจากประชาชนในชุมชนอยู่ในระดับที่ดีมาก นั่นหมายความว่า การลงพื้นที่นั้นประสบความสำเร็จ ที่ทำให้ประชาชนในชุมชนสามารถมองเห็นอนาคต ที่มีการพัฒนาและเจริญก้าวหน้าได้อย่างชัดเจน โดยการดำเนินโครงการในเฟสที่สอง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมตั้งเป้าหมายให้มีการลงพื้นที่ในทั่วประเทศ โดยตั้งเป็นโครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นโครงการต่อยอดโดยใช้ความร่วมมือของบัณฑิตที่จบไปแล้ว นักศึกษาในสาขาต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย และปราชญ์ชุมชน มาบูรณาการองค์ความรู้ร่วมกัน โดยเน้นให้มีการเข้าไปแก้ไขปัญหาชุมชนท้องถิ่นตั้งแต่ระดับต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำอย่างเป็นระบบ พร้อมกับสร้างความมั่นคงยั่งยืนให้กับชุมชนได้  

ทั้งนี้ผมเชื่อมั่นว่า มทร.อีสาน พร้อมเป็นแกนนำสำคัญที่จะขับเคลื่อนโครงการยุวชนอาสา และโครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยความพร้อมของทั้งอาจารย์และนักศึกษา และด้วยพื้นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยที่กระจายอยู่ทั่วภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะสามารถเข้าถึงชุมชนในพื้นที่ห่างไกลให้ได้รับคำแนะนำและได้รับองค์ความรู้ทางวิชาการไปช่วยส่งเสริมวิถีชีวิตของชาวบ้านได้อย่างแท้จริงครับ ผศ.ดร.วิโรจน์ กล่าวทิ้งท้าย

จิตสุภา ประหา /ข่าว

More from my site